สำหรับคนทั่วไป ที่ไม่ใช่สถาปนิก วิศวกร หรือผู้ที่ทำงานด้านก่อสร้าง อาจไม่คุ้นเคยกับแบบแปลนบ้านที่มีเส้น และสัญลักษณ์ที่ดูซับซ้อน จนบางครั้ง อาจมองว่ามันเข้าใจยาก เลยเลือกที่จะดูแบบผ่านๆ และสนใจแต่แบบสามมิติแทน ซึ่งมักเกิดข้อผิดพลาดในการสื่อสารได้ง่าย หากเรารู้วิธีอ่านแบบบ้าน จะช่วยให้เราเข้าใจแบบ และสื่อสารกับทั้งสถาปนิก-ผู้รับเหมา ได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น  วันนี้มิไรเลยอยากที่จะมาแชร์วิธีอ่านแบบสถาปัตยกรรมอย่างง่าย ให้ได้ศึกษากันครับ รูปแบบของ ‘แบบสถาปัตยกรรม’ แบบสถาปัตยกรรมที่เราเห็นส่วนมากมักจะมากันในรูปแบบของ ปึกแผ่นกระดาษ A3 ที่เป็นขนาดที่นิยมกันมากที่สุด เพราะสามารเก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างชัดเจน และจัดเก็บได้สะดวก แต่ละบริษัท หรือสถาปนิกแต่ละคน จะมีรูปแบบการเขียน การใช้สัญลักษณ์ต่างๆ แตกต่างกันไปบ้าง แต่องค์ประกอบและหน้าตาหลักๆ ของแบบ จะมีโครงที่คล้ายกัน ดังนั้นเรามาเริ่มดูองค์ประกอบของแบบแปลนผังพื้น(ที่สำคัญที่สุด) กันเลยดีกว่าครับ หัวกระดาษ(Head): ระบุผู้ออกแบบ, สถาปนิก และวิศวกรที่รับผิดชอบพร้อมลายเซ็น, ชื่อโครงการ ...

เชื่อว่าหลายท่าน หากถึงเวลาที่เหมาะสม ก็คงอยากมีบ้าน มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านใหม่ รีโนเวทบ้าน หรือซื้อบ้านจัดสรรมาแต่งเพิ่มเติมเอง เมื่อถึงคราวนั้น หลายท่าน มักจะเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า เราจะเริ่มสร้างบ้านอย่างไรดี? ยิ่งหากถ้าท่านใด ไม่มีคนใกล้ตัวที่มีประสบการณ์แล้วก็อาจจะวิตกกังวลมากขึ้นไปอีก ดังนั้นทางเราจึงอยากมาเล่าประสบการณ์ เกี่ยวกับการสร้างบ้าน ในขั้นตอนต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางให้กับท่านที่กำลังอยากจะสร้างบ้านให้ได้ฟังกันครับ 1. รู้จักตัวเอง และผู้อยู่อาศัย การใช้สอย ก่อนอื่น เราควรหาเวลาว่างสบายๆ ตั้งคำถามกับตัวเอง โดยเริ่มจาก “การใช้สอย” ว่าในบ้านเรา อยากจะมีอะไรบ้าง อะไรคือส่วนที่สำคัญขาดไม่ได้ กิจวัตรประจำวันของเราและคนที่จะอยู่ด้วยกัน มีอะไรที่ต้องการพื้นที่รองรับเป็นพิเศษหรือไม่ ตัวอย่างเช่น เจ้าของบ้านเป็นทันตแพทย์ จึงใส่ใจในเรื่องความสะอาด ต้องการโซนที่แบ่งเป็นโซนสะอาดที่ต้องมีการชำระฆ่าเชื้อก่อนจึงเข้ามานั่งเล่นได้ เป็นต้น (ตัวอย่างจากประสบการณ์ออกแบบจริง) พอเราแยกความต้องการหลักๆ มาแล้ว เช่นว่า ...

เมื่อถึงขั้นตอนที่เราอยากจะออกแบบ หรือวาดแบบขึ้นมา สิ่งสำคัญแรกๆ รองจากไอเดีย และภาพในหัว ก็คือ ‘พื้นที่’ ของเรานี่แหละครับ  เพราะการที่จะเอาภาพในหัวเราไปสร้างให้เกิดขึ้นจริง ต้องรู้ว่า พื้นที่ที่เรามีสามารถทำตามแบบได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบภายใน ต้องคำนึงถึงขนาดเฟอร์นิเจอร์ที่จะนำมาวาง เมื่อซื้อมาแล้ว จะวางได้ไหม หรือแม้กระทั่งที่ดิน ก่อนจะเริ่มทำอะไร ก็ควรรู้ขนาดทั้งหมดก่อนใช่ไหมล่ะครับ  ดังนั้นวันนี้ มิไรเลยจะขอนำเสนอ How to + เครื่องไม้เครื่องมือ ที่จะมาช่วยเราวัดพื้นที่เบื้องต้น ทั้งวัดไว้ออกแบบเอง หรือวัดให้ซัพพลายเออร์ตีราคาก็ตาม เอาล่ะเรามาเริ่มดูกันเลยครับ เครื่องมือวัด ระดับพื้นฐาน ตัวเลือกนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ง่ายที่สุด ในการวัดพื้นที่ด้วยตัวเอง ซึ่งจริงๆ ก็คือวิธีที่ทุกท่านน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วนี่แหละครับ ก็เพราะใช้แค่ กระดาษ ดินสอ-ปากกา ตลับเมตร + ไม้สเกล ...

หลายบ้านมักจะมีระเบียงที่มักไม่ได้ออกไปใช้งาน จนบางครั้งก็มานกมาทำรัง แถมยังปล่อยของเสียให้กวนใจ เมื่อเราอยากจะขยายพื้นที่ห้องให้ใหญ่ขึ้น ได้ใช้งานให้เต็มพี้นที่มากขึ้น การต่อเติมห้องไปยังส่วนระเบียงก็ดูเหมือนเป็นการง่ายที่สุด แต่ก่อนที่จะไปดูไอเดียการเปลี่ยนระเบียงให้เป็นห้อง เรามีสิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนที่จะตัดสินใจต่อเติมกันก่อนนะครับ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย! สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนการต่อเติมระเบียง 1.น้ำหนักโครงสร้าง เนื่องจากแต่เดิมถูกออกแบบไว้เป็นระเบียง การคำนวณโครงสร้างวิศวกร จะไม่ได้คำนวณไว้เพื่อรับน้ำหนักมาก ดังนั้นการต่อเติม จึงควรหลีกเลี่ยงการเทคอนกรีต เพื่อปรับระดับพื้น และการก่ออิฐฉาบปูนที่ผนัง ควรเลือกเป็นวัสดุที่เบา เช่น โครงเหล็กปิดทับด้วยแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือการใช้หน้าต่างกระจกกรอบอะลูมิเนียมแทน หากไม่มั่นใจควรปรึกษาสถาปนิกและวิศวกรก่อนการต่อเติม นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงเรื่องของการใช้งาน ไม่ควรเลือกปรับเปลี่ยนเป็นห้องที่เพิ่มน้ำหนักโครงสร้างมากเกินไป เช่นเก็บเสื้อผ้า เก็บหนังสือเป็นจำนวนมาก หากจำเป็นต้องวางของหนักจริงๆ ควรเลือกวางไว้ตำแหน่งแนวคาน 2.ความร้อน แน่นอนว่าการออกแบบระเบียง แต่เดิม เพื่อให้มีพื้นที่รับแดดแทนห้อง แต่เมื่อเราตัดสินใจที่จะใช้ระเบียงเป็นห้องด้วย ย่อมต้องมีความร้อนแผ่เข้ามาให้ห้องมากขึ้น ดังนั้นจึงควรหาวิธีกันความร้อนด้วย เช่น เลือกใช้กระจกกันความร้อน หรือติดฟิล์มกัน ...

ไม่ว่าจะแต่งห้องเล็กๆ หรือสร้างบ้านหลังใหญ่ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ไอเดียและสิ่งที่เราชอบ แต่หากเราวาดรูปไม่เก่ง สื่อสารไม่ดี ตัวช่วยที่เราจะใช้ในการสื่อสารสิ่งที่อยู่ในหัวเราให้ออกมาเป็นรูปร่างได้ เพื่อให้คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว สถาปนิก หรือผู้รับเหมา สามารถเห็นภาพเดียวกับเราได้ก็คือ “รูปภาพตัวอย่าง” จากประสบการณ์ของเรา ที่เป็นสถาปนิกนั้น การคุยกับเจ้าของบ้าน ที่หาภาพ Mood & Tones มาจะคุยกันเข้าใจเร็วกว่าคนที่บอกปากเปล่าว่าชอบสไตล์นั้นสไตล์นี้ เช่น บอกว่าชอบ minimal แต่พอลองหาภาพแบบ minimal ให้ดูกลับไม่ชอบ เพราะคำว่า minimal ของเราไม่เหมือนกัน ดังนั้นการคุยกันด้วยภาพจะทำให้เราเข้าใจกันได้ง่ายขึ้นนั่นเอง วันนี้เราจะพามารู้จักกับเว็บไซต์ ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถมองภาพเดียวกับที่เราคิดในหัวได้ ก็คือ pinterest.com  ซึ่งมีทั้งเว็บไซต์และแอพลิเคชั่นในมือถืออีกด้วย เว็บไซต์นี้ เป็นเว็บรวบรวมภาพต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะภาพสภาปัตยกรรม ...

“อยากให้บ้านสว่างๆ” คำนี้เราได้ยินทางเจ้าของบ้านหลายคนบอกกับเราตอนบรีฟความต้องการในการสร้างบ้าน ดังนั้นวันนี้เราก็เลยอยากจะพูดถึงเรื่องวิธีทำให้บ้านเราสว่างขึ้นตามหลักสถาปัตยกรรม โดยใช้แสงธรรมชาติที่เป็นแหล่งกำเนิดแสงที่นอกจากจะฟรีแล้ว ยังให้บรรยากาศที่ดีแก่ตัวบ้านอีกด้วย แสงธรรมชาตินับเป็นแสงที่มีคุณภาพที่สุดสำหรับการใช้งานของมนุษย์ และยังเป็นแสงที่มีให้ใช้ได้ฟรีๆ ตลอดช่วงเวลากลางวัน การเปิดรับแสงธรรมชาติเข้าสู่บ้านอย่างเหมาะสมจึงเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ ในการเพิ่มคุณภาพของการอยู่อาศัย อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานในการให้แสงสว่าง อย่างไรก็ตาม เราอาจจะพบเห็นว่ามีบ้านบางประเภท เช่น ทาวน์เฮ้าส์ หรือตึกแถว ที่มักจะประสบปัญหาแสงธรรมชาติไม่เพียงพอ เนื่องมาจากลักษณะที่หน้าแคบแต่ลึกของอาคาร ผนังด้านข้างเป็นผนังทึบหมด และหน้าต่างที่มีเฉพาะบริเวณด้านหน้าและด้านหลังของบ้าน ทำให้บริเวณกลางบ้านมืด ดังนั้นเราจึงอยากจะพูดถึงทฤษฎี และทางปฏิบัติให้ทุกท่านฟังกัน เอาล่ะเริ่มกันเลย! หากพูดตามทฤษฎีแล้ว อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่าแสงธรรมชาติในที่นี้คือ Daylight ซึ่งเป็นแสงที่เกิดในช่วงกลางวันและมีแหล่งกำเนิดจากดวงอาทิตย์ โดย Daylight แบ่งย่อยออกเป็น 3 ประเภท คือ Sunlight หรือแสงแดดซึ่งเป็นแสงจากดวงอาทิตย์โดยตรง, Sky light หรือแสงจากท้องฟ้าซึ่งเป็นแสงที่เกิดจากการกระเจิงของแสงอาทิตย์ในชั้นบรรยากาศ และ ...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save